วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ






ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย 


     วันแม่แห่งชาติ งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีงานวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน
     ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่

     การที่ใช้ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะลิ





กลอนวันแม่
                               พระคุณแม่ยิ่งใหญ่กว่าใครผอง แม่อุ้มท้องลูกรักนานหนักหนา
ให้กำเนิดเฝ้าเลี้ยงดูตลอดมา ในโลกาหาใครมาเทียมทัน
วันลูกเกิดอกแม่เจ็บเหมือนเหน็บศร แต่ก็ซ่อนความดีใจไม่เหหัน
น้ำตาแห่งความดีใจไหลเร็วพลัน สุดตื้นตันดวงใจได้ลูกยา
นมสองเต้าของแม่แน่แนบจิต แม่อุทิศเลือดเนื้อเพื่อลูกหนา
น้ำนมแม่กลั่นจากอกยกออกมา ให้ลูกยาดื่มด่ำอย่างหนำใจ

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีของมาเลเซีย


การเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีของมาเลเซีย

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียครั้งล่าสุดปรากฏว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค สามารถนำพรรคบาริซัน นาซิอองแนล ซึ่งเป็นแกนนำในพรรคอัมโน คว้าชัยชนะได้สำเร็จด้วยที่นั่ง 133 ที่นั่ง จากจำนวนที่นั่งทั้งหมดในสภาผู้แทนราษฎร 222 ที่นั่ง ซึ่งทำให้พรรคอัมโนที่ครองอำนาจมานานถึง 56 ปี ยังคงเป็นรัฐบาลต่อไป และทำให้นายนาจิบสามารถอ้างได้ว่า ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2
แม้นายนาจิบประกาศว่า ผลการเลือกตั้งถือว่าชาวมาเลซียได้ตัดสินใจแล้ว แต่นายอันวาร์หัวหน้าพรรคพันธมิตรฝ่ายค้าน ประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่า มีการฉ้อโกง และทางพรรคจะยื่นดำเนินการทางด้านกฎหมาย แต่คาดว่าความพยายามของนายอันวาร์จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้
นายนาจิบวัย 59 ปี เป็นบุตรของตวนกูอับดุล ราห์มาน นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของมาเลเซีย เขาจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากอังกฤษ และได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ครั้งแรกเมื่อปี 2519 หลังจากเก้าอี้ในสภาว่างลงเนื่องจากบิดาถึงแก่อสัญกรรม

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องอย่างหนักจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้รัฐบาลทำการปฏิรูปทางการเมือง พรรคอัมโนพยายามแสดงตัวว่ามีการปฏิรูป เช่นการออกกฎหมายด้านความมั่นคงฉบับใหม่ แต่พรรคฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้นายนาจิบยุติการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จและขจัดการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองมากเท่าที่ควร
นายนาจิบพยายามสร้างคะแนนนิยมด้วยการผลักดันการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการศึกษา ทั้งยังใช้นโยบายแบบประชานิยมด้วยการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ และแจกเงินให้แก่ประชาชนในโครงการต่างๆ
นายนาจิบยังเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในธนาคารกลาง และเคยเป็นรัฐมนตรี หลายสมัย ทั้งรัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเมื่อครั้งที่อยู่ในตำแหน่งหลัง เขาถูกกล่าวหาว่ารับเงินสินบนจากการซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศสเมื่อปี 2545 แต่นายนาจิบปฏิเสธ
ผู้นำมาเลเซียเคยกล่าวว่า ถึงแม้หลายฝ่ายในประเทศมีความวิตกกังวลในด้านต่างๆ แต่พรรคอัมโนได้ดำเนินการปฏิรูปอย่างกว้างขวาง ซึ่งครอบคลุมถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่เปิดกว้างและโปร่งใสมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้นายนาจิบมีสถานะที่มั่นคงขึ้นต่อการยืนหยัดต่อสู้กับเสียงวิจารณ์ต่างๆ